umaji-in-thailand

2008/Mar/09

ว่าไปแล้วช่วงที่ผ่านมานี่ผมได้เพื่อนคุยภาษาญี่ปุ่นเยอะเลย ก็ลุงๆป้าๆจากเมืองมินามาตะไงคับ เมืองนี้ชื่อเสียงโด่งดังออกจะตาย ทุกคนต้องจำได้แน่ ว่าเป็นเมืองที่เกิดโรคร้าย ชื่อเดียวกับเมืองนั่นแหละ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ถูกเรียกตัวไปเป็นล่ามตั้งสามวันกว่า เรื่องนี้มันยากไปหน่อยสำหรับเด็กๆอย่างผม ส่วนใหญ่ผมก็เลยไปดูบรรยากาศเอาน่ะคับ คงเล่าไม่ไหวหรอก ใครสนใจแนวสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน (โอ้โห ศัพท์ใหม่เอี่ยมของผมเลยนะเนี่ย) ฟื้นฟูชุมชน อะไรทำนองนี้ ขอเชิญไปอ่านบล็อกของคนที่คุณก็รู้ว่าใครโหมดวิชาการเลยนะคับ

   

ลุงป้าชาวมินามาตะ กับทีมจัดงาน มีแต่ผู้สูงวัยทั้งนั้นเลยคับ !

2007/Jul/26

คุณผู้อ่าน! ดูให้หน่อยซิคับ ตอนนี้ผมมีปีกงอกมารึยัง?

ทำไมน่ะเหรอ? ก็ตั้งแต่ไปงานประชุมผู้นำกลุ่มอาชีพของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ตัวผมมันลอยๆยังกะบินได้ชอบกล !?

งานนี้อยู่ๆพี่มุก็ไปรับมาได้ไงไม่รู้ ช่วงนี้แกยุ่งจะตาย ไม่เจียมบอดี้ซะเลย (วันนี้แซวได้ไม่ต้องเกรงใจ เพราะพี่มุหมดแรงข้าวต้มไปเรียบร้อย) เค้าให้แกไปเล่าเรื่องประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านอุมะจิเล็กๆ ที่แกไปเห็นไปดูมาเมื่อปีที่แล้ว ให้กับคนที่มาประชุม ที่มีทั้งผู้นำกลุ่มอาชีพ เจ้าหน้าที่สหกรณ์ระดับอำเภอ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ระดับจังหวัด รวมๆแล้วประมาณ 260 คน แน่นอนคับ ผมต้องไปเป็นพระเอกอยู่แล้ว!!

ทีแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกคับ ก็ตามๆพี่มุไป กะว่าจะเอามาเล่าต่อที่นี่อีกทีเท่านั้นแหละ แต่พอโผล่หน้าเข้าไปในห้องประชุม โอ้โฮ!! เป็นไปได้ไง!! เพื่อนๆผมนั่งรออยู่ตั้งสองโหล! แถมยังมีเจ้า อุมะจิหนึ่งเหยาะ พริกป่นผสมเปลือกยูสุ มาเป็นเพื่อนอีกสองโหล! ยังจะน้ำยูสุผสมน้ำผึ้งเข้มข้น 6 เท่าอีกสองขวด!! พี่ๆที่กรมฯเขาว่าจะเอามาผสมให้ชิมกันทั้งห้องประชุมเลย!

พี่มุของผมไม่ยอมแพ้ งัดโปสเตอร์บ้านอุมะจิที่ลุงโตทานิทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าออกมาหลายแผ่น พี่ๆกรมฯตาโต รีบช่วยกันติดใหญ่ ได้เป็น มุมเจ้าเอื๊อก ไว้รอให้คนมาดูมาชมกัน (โอ๊ย ช่วยฉุดผมไว้ด้วย ... จะลอยแล้ว ...)

ผมละขอบคุณพี่ๆกรมส่งเสริมสหกรณ์จริงๆคับ ที่เห็นว่าผมหล่อ เอ๊ย ไม่ใช่ เห็นว่าผมและบ้านของผมน่ารักพอที่จะให้พี่มุได้เวลาเล่าเรื่องพวกผมตั้งชั่วโมงครึ่ง พี่มุแกนั่งเตรียมรูปไปยิ้มคนเดียวไปอยู่เป็นชั่วโมงเลยคับ ยังไงก็ขอขอบคุณอธิบดีกรมฯด้วยนะคับ ที่แนะนำผมให้กับชาวสหกรณ์ทุกคน

ด้วยแรงข้าวต้มหยดสุดท้าย พี่มุไปอัพความคิดเห็นของพี่ๆหัวหน้ากลุ่มอาชีพที่แกปิ๊งไว้ที่บลอกของแกนะคับ ลองไปอ่านกันดู

http://roikham.exteen.com/20070726/entry

http://roikham.exteen.com/20070726/entry-1

2007/Jun/12

วันนี้ตอนสิบโมงครึ่ง ผมกำลังนั่งปั่นเรื่องตอนที่ลุงโตทานิมาเที่ยวเมืองไทย

แหะๆ โดนพี่มุด่าไม่รู้กี่รอบแล้วว่าเมื่อไหร่จะอัพขึ้นบลอกซะที <<ชั้นรอจนหงอกขึ้นมาหลายเส้นแล้วนะ !>>

ก็เรื่องหนุกๆมันเยอะนี่คับ ของดีก็ต้องรอกันหน่อย .....

กริ๊ง ... กริ๊ง ... (ที่จริงมันเป็นเสียงดนตรี ไม่รู้เพลงอะไรเหมือนกัน)

สวัสดีค่ะ (พี่มุเสียงหวาน อย่าให้เป็นเพื่อนกันเชียวนะ เดี๋ยวแกจะเปลี่ยนเป็นโหมดโหดโคตร)

..... โมชิ โมฉิ .....

(ฮ้า!!) ไฮ่ ! โมชิ โมฉิ ..... (เปลี่ยนเป็นโหมดสาวญี่ปุ่นทันควัน)

แล้ววันนี้ พี่มุก็ได้สถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้ากองเชียร์บ้านอุมะจิ สาขาประเทศสยาม ไปเรียบร้อยแล้วคับ

(หนังสือ ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็กๆ คุณโอโตชิเป็นคนเขียนจากเรื่องจริงในหมู่บ้านที่ชื่อว่าอุมะจิ มีลุงโตทานิ หัวหน้าแผนกขาย(แหลก)ของสหกรณ์การเกษตรเป็นพระเอก ใครยังไม่เคยอ่านไปอ่านบทแนะนำที่นี่ก่อนนะคับ http://muthita.exteen.com/20060507/entryแล้วอย่าลืมอุดหนุนกันล่ะ)

-----

ป้ามิโยะ กับ คนที่คุณรู้ว่าใคร <<ป้าคือคนทางขวานะยะ>>

คับ วันนี้อยู่ดีๆคุณป้ามิโยะคนเนี้ยก็โทร.มาหาพี่มุเฉยเลย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนะเนี่ย แกอายุเจ็ดสิบแล้ว ! แต่ยังฟิต มาเป็นอาสาสมัครสอนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนมัธยมแถวรามคำแหงอยู่ปีนึง ตอนนี้แกหมดวาระแล้วล่ะ ที่จริงก็กลับญี่ปุ่นไปทีนึงแล้วตอนเดือนมีนา แต่ทีนี้ยังคิดถึงเมืองไทยและเด็กไทยที่แกเคยสอน ก็เลยมาอีกทีนี่แหละคับ

ป้าแกเล่าอย่างเมามันส์มาก เมื่อต้นปีนี้ แกไปหาหนังสือภาษาไทยที่แปลจากหนังสือญี่ปุ่น กะจะซื้อให้เด็กอ่าน พนักงานคิโนะคุนิยะบริการเยี่ยม พิมพ์รายชื่อหนังสือแปลให้แกได้ตั้งสามหน้าแน่ะคับ ข้างๆชื่อหนังสือก็จะมีชื่อภาษาญี่ปุ่น แล้วก็ชื่อคนแต่ง ชื่อคนแปลเสร็จสรรพ ป้าแกก็หาหนังสือเด็กได้สมดังตั้งใจ ทีนี้พอมาดูละเอียดๆอีกที เอ๊ะ ! มีชื่อ Gokkun Umajimaru No Mura ... กกคุน อุมะจิมารุ? อุมะจิมูระ? ดูยังไงๆก็ต้องใช่แน่ๆ สายเลือดโทะสะ (เชื้อชาติของคนแถวโคจิ) แล่นพล่าน ป้ารีบไปถามที่คิโนะคุนิยะอีกที แล้วก็เจอกับหนังสือเล่มนี้ ที่สำนักพิมพ์สวนเงินมีมาแสนฉลาด เอาชื่อหนังสือภาษาญี่ปุ่นแปะไว้บนหน้าปกด้วย คนญี่ปุ่น ยิ่งเป็นคนโคจิด้วยล่ะก็ ถึงอ่านภาษาไทยไม่ออก ก็ต้องงุนงงสงสัย แล้วก็ต้องซื้อไปเป็นที่ระลึกชัวร์ร์

ที่จริงป้าน่ะ เป็นแฟนน้ำจิ้มยูสุผสมโชหยุ หมู่บ้านยูสุ มาตั้งแต่สมัยไหนๆแล้วล่ะคับ อย่างว่า คนโคจิเค้ารู้จักผลิตภัณฑ์ของบ้านอุมะจิดี แล้วก็ชอบส่งเป็นของขวัญให้กัน ป้ามิโยะแกไปทำงานที่โตเกียวตั้งนานแล้วล่ะ เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์ของบ้านอุมะจิไม่มีวางขายที่โตเกียวหรอกนะ ที่บ้านแกต้องสั่งส่งไปให้ คงเป็นการเตือนให้คิดถึงบ้านไปในตัว แล้วก็ได้ผลแฮะ ป้าแกกลับบ้านทุกปีไม่มีขาดเลย หนังสือเล่มนี้ของคุณโอโตชิ ป้าเป็นคนค้นพบเองที่ร้านหนังสือในโตเกียว อ่านแล้วก็ยิ่งประทับใจ ทำเอากินน้ำจิ้มผสมโชหยุอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง แถมยังอาฆาตไว้ว่าซักวันจะต้องไปเยี่ยมบ้านอุมะจิให้ได้

พอดี๊ พอดี หรือจะเรียกว่าพอร้ายอาจจะถูกต้องกว่า ป้าแกได้หนังสือจากคิโนะคุนิยะแล้วก็รีบไปถามที่แจแปนฟาวน์เดชั่น ว่ารู้เรื่องมีคนไทย (บังอาจ) แปลเรื่องบ้านอุมะจิหรือยัง จะเรียกว่าจุดไต้ตำตอ หรือว่าอะไรดีล่ะ วันที่แกไปถามนั่นน่ะ มันวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาบ่ายคล้อยเกือบเย็นแล้ว คุณฟุรุยะ หนุ่มติ๋มแห่งแจแปนฟาวน์เดชั่นทำท่าขอโทษขอโพย บอกว่า ลุงโตทานิและผองเพื่อนเพิ่งพูดที่จุฬาฯไปเมื่อตะกี๊นี้เอง ป้าของเราเดือดใหญ่ ต่อว่าไปหลายตั้ง "ทำไมเธอไม่รู้จักแจ้งข่าวให้คนญี่ปุ่นในเมืองไทยรู้ฮึ เรื่องดีๆแบบนี้ เก็บเงียบไว้ได้ไง" ประมาณนี้ ว่าแล้วแกก็โวยวายต่ออีกหลายยก เพราะแกน่ะอยากเจอลุงโตทานิกับคุณโอโตชิสุดๆ คุณฟุรุยะเลยต้องบอกว่า แล้วจะเตรียมเทปสัมมนาไว้ให้ป้าเอาไปฟังแทน แกถึงได้โอเค (ป้าเล่าด้วยท่าทางแค้นน่าดู)

ฟังเทปเสียงลุงโตทานิแล้ว กลับไปญี่ปุ่นคราวที่ผ่านมานี้ ป้ากับญาติๆเลยไปเที่ยวบ้านอุมะจิกันซะเลย ได้เจอลุงโตทานิตัวเป็นๆสมใจอยากละทีนี้ แน่น้อน ..... ป้าแกพกหนังสือภาษาไทยเล่มเหลืองๆนี้ติดมือไปให้ลุงเซ็นชื่อที่หน้าแรกด้วยล่ะ แล้ววันนี้ หน้าที่สองก็เสียความบริสุทธิ์ให้กับพี่สาวของเราไปตามระเบียบ <<เฮ้ย ! อย่าใช้คำน้า...น เสียภาพพจน์ฉันหมด>> ที่ป้าโทร.มาจิกพี่มุออกจากบ้านได้เนี่ย ก็เพราะลุงโตทานิให้เบอร์มาน่ะสิคับ พี่มุเลยได้รู้ว่า ที่สหกรณ์บ้านอุมะจิ เขายังติดโปสเตอร์งานที่พี่มุไปพูดเมื่อปีที่แล้วเอาไว้อยู่เลย <<เออ ... เกือบปีแล้วนะ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ>> ป้าแกเลยรู้โม้...ด ว่าพี่สาวเราเชี่ยวขนาดไหน <<นี่! ใช้คำอันตรายอีกแล้ว !>> แกเพิ่งไปมายังไม่ถึงเดือน พี่มุไปเรียนวิชา(มาร)อะไรมาบ้าง จากมหาลัยไหน แกท่องได้หมด ทำเอาพี่สาวเราเขิลลลซะแทบแย่ <<แน่ล่ะสิ ก็ มันเป็นอดีต ... ไปแล้ว>>

ป้ามิโยะนี่เป็นสุดยอดกองเชียร์จิงๆคับ นอกจากจะเชียร์บ้านอุมะจิ ด้วยการโฆษณาของอร่อยๆของหมู่บ้านให้เพื่อนที่โตเกียวรู้กันทั่ว พอมาเจอพี่มุ ยังจะเชียร์ให้พี่มุแปลเรื่องหนุกๆของจังหวัดโคจิของแกด้วยล่ะ(นี่แหละน้า ... วิญญาณรักบ้านเกิด) แล้วแกจะแนะนำหนังสือมาให้ อย่างนี้ก็หวานพี่มุสิคับ เผื่อแปลแล้วฮิตจะได้เลิกกินแกลบซะที <<บ้า ....นั่นมันอาหารหมู !>>

ไปอ่านเรื่องหนังสืออย่างละเอียด (กว่านี้อีกหน่อย) ที่นี่ http://muthita.exteen.com/category-booksแล้วก็มีพี่มุพาเที่ยวบ้านอุมะจิ ที่นี่ http://muthita.exteen.com/category-umaji-diaryนะคับ

2007/May/08

มาแล้วคับ ... ผม เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ มาทำหน้าที่เล่าเรื่องบ้านของผมต่อจากพี่มุ ที่ชักขี้เกียจเขียน <<นี่.นี่... พูดให้มันดีๆหน่อย บลอกเก่าที่มันกำลังจะเต็มตะหาก>> ถ้ายังไม่รู้จักผมก็รีบไปซื้อหาหนังสือมาอ่านกันนะคับ ได้ยินแว่วๆมาจากสำนักพิมพ์ ว่ารุ่นพิมพ์เพิ่มคลอดออกจากโรงพิมพ์เรียบร้อยแล้ว 1,000 เล่มคับ <<เย้ๆๆ>> ส่วนอ่านแล้วจะเกิดอภินิหารสู้ท่านท้าวจตุคามฯได้หรือเปล่า ก็ต้องลองดูกันต่อไปนะคับ

แล้วก็อย่าลืมไปอ่านเรื่องราวของผมที่ บลอกพี่มุด้วยนา ... แล้วคุณจะได้รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังหนังสือเล่มเหลืองๆเล่มเนี้ยอีกเยอะเลย


edit @ 2007/06/12 21:53:45