2007/May/08

ยังมีอีกคับ กล่องสีฟ้ายาวๆทางซ้ายมือนะ

2 ภูมิปัญญาไทย-ญี่ปุ่น ชุมชนเข้มแข็งยุคโลกาภิวัตน์

เมื่อเร็วๆนี้ ได้เกิดเวทีพบปะกันของ 2 ภูมิปัญญาอุมะจิประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านต้นแบบ OTOP ให้กับไทย และหมู่บ้านดงบัง จ.ปราจีนบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน ให้ชุมชนเข้มแข็ง ยืนอยู่บนโลกทุนนิยม รักษาความเป็นชุมชน ที่หมู่บ้านดงบังสามารถเรียนรู้ได้จากหมู่บ้านอุมะจิ

ซึ่งการต่อสู้ของหมู่บ้านอุมะจิเพื่อรักษาถิ่นฐาน ในขณะที่หมู่บ้านดงบังต่อสู้เพื่อเปลี่ยนความเคยชินในการใช้สารเคมีในยาฆ่าแมลง เป็นเกษตรอินทรีย์

โมจิฟูมิ โตทานิ หัวหน้าสหกรณ์หมู่บ้านอุมะจิ ให้ข้อมูลว่า กว่าจะถึงวันนี้ของหมู่บ้านอุมะจิ ต้องต่อสู้มานานกว่า 30 ปี เพื่อผลักดันผลผลิตในท้องถิ่น คือผล ยูสุ พืชตระกูลส้มรสชาติคล้ายมะนาว ให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศ และมีแผนที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศแถบอเมริกาและยุโรป

โตทานิ เล่าถึงเส้นทางการพัฒนาว่า จากเดิมหมู่บ้านมีป่าไม้จำนวนมากและเป็นรายได้หลักของคนในหมู่บ้าน แต่เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเสรีนำเข้าไม้จากต่างประเทศได้ทำให้รายได้ลดลง จึงเริ่มหันมามองผลผลิตในหมู่บ้าน คือผล ยูสุ ด้วยการนำผลยูสุมาแปรรูปแทนการขายผลสด เพราะประชากรกว่า 1,200 คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นคนแก่และเด็ก ที่ไม่มีกำลังพอในการดูแลผลผลิตให้ดี โดยนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ที่มีคุณภาพ

และเริ่มมีการจัดตั้งในรูปของสหกรณ์จากสมาชิกในหมู่บ้าน ในการดำเนินการจัดจำหน่ายจากเดิมผ่านระบบขนส่งของบริษัท แต่พบปัญหา เช่น สินค้าเกิดความเสียหาย ส่งล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ จึงดำเนินการจัดส่งเองบริการส่งถึงบ้านลูกค้า

ทั้งนี้ โตทานิ พยายามใช้เครือข่ายทั้งหมดที่มี รวมถึงหนุ่มสาวในหมู่บ้านที่ไปทำงานในเมือง โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า โดยมีการฝากสินค้าไปจำหน่ายจนเป็นที่ติดอกติดใจในรสชาติของน้ำผลไม้ยูสุ ขณะเดียวกันยังพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการแทรกแบบสอบถามกับลังสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าเพื่อถามถึงรสชาติ จนทำให้สินค้าเกิดการบอกต่อซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จได้มาก

เมื่อมีความต้องการในตลาดเกิดขึ้น ตัวแทนจำหน่ายอย่างห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในญี่ปุ่น จึงติดต่อมาเพื่อนำไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันทำให้มีลูกค้าทั่วญี่ปุ่นถึง 3.5 แสนคน

ทำให้ปัจจุบันสหกรณ์หมู่บ้านอุมะจิมีโรงงานเครื่องจักร มีไลน์ผลิตที่หมู่บ้านอื่นทำไม่ได้ สามารถนำผลมาแปรรูปใช้ทุกส่วน เปลือกนำมาทำปุ๋ย ผลคั้นน้ำมาทำน้ำผลไม้ ส่วนผสมในน้ำจิ้ม และนำเมล็ดมาทำเครื่องสำอางชะลอความแก่ โดยบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ของญี่ปุ่น คือ ชิเชโด้นำไปวิจัย และปัจจุบันน้ำมันจากเมล็ดยูสุมีราคาค่อนข้างดี สามารถขายได้ 1 ลิตรในราคา 2,000 บาท

และในปีที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลยูสุสร้างรายได้ให้สหกรณ์หมู่บ้านอุมะจิถึง 1,000 ล้านบาท และสามารถจ้างผลิตได้ 80 คน

ด้านกลยุทธ์ทางการตลาดของสหกรณ์หมู่บ้านอุมะจินั้นมีหลายมุม สหกรณ์แห่งนี้ซื้อสื่อทีวีโดยให้ลูกค้าที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆในญี่ปุ่น ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากผลยูสุ มาบอกกล่าวถึงสรรพคุณเพื่อสื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากการบอกผ่านกลุ่มลูกค้าที่ใช้สินค้าจริง

ขณะเดียวกันยังมีสื่อโปสเตอร์รูปภาพบรรยากาศในหมู่บ้านอุมะจิไปติดในเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่น เพื่อให้หนุ่มสาวที่อยู่ในเมืองระลึกถึงถิ่น และคนทั่วไปรู้จักหมู่บ้านแห่งนี้

และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในหมู่บ้าน ที่เปรียบเหมือนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ของไทย คิโนะชิตะ โชจิ เจ้าหน้าที่สำนักงานหมู่บ้านอุมะจิ ให้ข้อมูลว่า ได้สนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวขึ้นในหมู่บ้าน โดยเปิดรับสมัครประชากรหมู่บ้านในแต่ละครั้งที่หมู่บ้านได้ออกงานแสดงสินค้า จนปัจจุบันได้เปิดรับสมัครผ่านออนไลน์ ทำให้ปัจจุบันมีประชากรจากคนในพื้นที่อื่น 2,500 คนแล้ว สิทธิพิเศษที่ได้รับคือการได้สัมผัสห้งอทำงานของผู้ใหญ่บ้าน และดื่มน้ำผลไม้จากยูสุฟรี ทั้งนี้เกิดเงินหมุนเวียนในหมู่บ้านจากการซื้อสินค้าท้องถิ่นการเข้าพักกับชาวบ้านในลักษณะโฮมสเตย์

หากมองถึงปัจจัยความสำเร็จของสหกรณ์หมู่บ้านอุมะจินั้นเกิดจาก การต่อสู้ของผู้นำท้องถิ่นและสมาชิกอย่างไม่ย่อท้อ ในการผนึกกำลังของคนในหมู่บ้านด้วยการลองผิดลองถูก พัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับ และพลังชุมชนสร้างสำนึกรักบ้านเกิดด้วยการนำสินค้าของหมู่บ้านติดไม้ติดมือไปขายในสถานที่ทำงานของตน และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่งของผู้นำ และได้เกิดการสร้างเครือข่ายกับหมู่บ้านอื่นที่มีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น สาหร่ายมาขายคู่กับน้ำจิ้มยูสุ

ขณะที่หมู่บ้านดงบัง จังหวัดปราจีนบุรี หมู่บ้าน OTOP ต้นแบบ หมู่บ้านท่องเที่ยวสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ครบวงจร มีเส้นทางการเติบโตที่หลายฝ่ายมองว่าจะก้าวและเติบโตเช่นเดียวกับหมู่บ้านอุมะจิ และเกิดการรวมตัวของชุมชน ต่อสู้กับการใช้ยาฆ่าแมลงด้วยสารเคมี ปัจจุบันยังมีชาวบ้านที่เห็นถึงคุณประโยชน์และอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจ

หมู่บ้านดงบัง มีมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเข้ามาสนับสนุนในการรับซื้อวัตถุดิบ คือสมุนไพรเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ สมุนไพรอภัยภูเบศร เพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ

ภญ. ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้แทนกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ สมัย คูณสุข ประธานที่ปรึกษากลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง/ ผู้ก่อตั้งกลุ่มฯ ร่วมเปิดเผยว่า จุดแข็งของหมู่บ้านดงบัง คือ การมีภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพร การทำอาหารจากธรรมชาติ เช่น ยำผักกระสังข์ ซึ่งเป็นวัชพืชที่ถูกทิ้ง เป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านใช้อยู่

และเป้าหมายของหมู่บ้านนี้ คือจะเป็นศูนย์กลางรวบรวมสมุนไพรที่มากที่สุด และเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมและเชื่อมโยงกันทั้งตำบล

Comment

Comment:

Tweet


People deserve good life time and <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/home-loans">home loans</a> or just term loan can make it much better. Because people's freedom relies on money.
#2 by SampsonJolene19 (94.242.214.7) At 2011-12-11 02:15,
นุ่นก้อใช่เรื่องนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาแล้วก้อสอบปลายภาคอ่ะ ดีดีมากๆๆๆเลย
#1 by มู๋นุ่น€ (202.149.25.241) At 2010-02-21 20:29,