2008/Mar/10

   ที่พี่ๆชาวสหกรณ์ไปที่บ้านอุมะจิน่ะ เป็นข่าวเชียวนะคับ

   

   ตามมาสิคับผมจะแปลแบบย่อๆให้ฟัง หนังสือพิมพ์โคจิของจังหวัดผม เขาลงข่าวเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่า คนไทย 23 คนน่ะ เข้าไปดูงานที่บ้านอุมะจิกัน เพราะว่าพี่มุของผมเค้าแปลหนังสือ แล้วพี่ๆพวกนี้ได้อ่าน ก็เลยอยากรู้วิธีการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น เพื่อจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ที่สหกรณ์นี่ลุงโตทานิเป็นคนออกมาต้อนรับ เล่าประสบการณ์ให้ฟังอย่างง่ายๆ พี่ๆคนไทยก็นั่งจดบันทึก ตั้งใจฟังกันใหญ่เลย  พอลุงพูดจบพี่ๆก็แย่งกันถามใหญ่  ลุงช่วยสอนหลักการตลาดหน่อย” “ทำไมคนถึงชอบใช้ผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ล่ะ  ลุงก็ตั้งใจตอบให้ทีละข้อ ต้องไม่ลืมว่าเราต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า กับต้องสู้ด้วยคุณภาพของสินค้า  เวลาสร้างกิจการ ช่วงที่สำคัญที่สุดคือช่วงเริ่มต้น หลังจากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปและขอลายเซ็น ลุงโตทานิบอกว่า ไม่เคยถูกรุมล้อมขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย

   

   พี่โชจิแอบกระซิบมาทางอีเมล์ ว่าลุงของผมชอบใจใหญ่เลยคับ ได้แจกลายเซ็นขนาดนี้ ได้ถ่ายรูปเยอะขนาดนี้ แหม! ลุงคงรักคนไทยขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

edit @ 10 Mar 2008 16:28:49 by เจ้าเอื๊อก

2008/Mar/09

ว่าไปแล้วช่วงที่ผ่านมานี่ผมได้เพื่อนคุยภาษาญี่ปุ่นเยอะเลย ก็ลุงๆป้าๆจากเมืองมินามาตะไงคับ เมืองนี้ชื่อเสียงโด่งดังออกจะตาย ทุกคนต้องจำได้แน่ ว่าเป็นเมืองที่เกิดโรคร้าย ชื่อเดียวกับเมืองนั่นแหละ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ถูกเรียกตัวไปเป็นล่ามตั้งสามวันกว่า เรื่องนี้มันยากไปหน่อยสำหรับเด็กๆอย่างผม ส่วนใหญ่ผมก็เลยไปดูบรรยากาศเอาน่ะคับ คงเล่าไม่ไหวหรอก ใครสนใจแนวสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน (โอ้โห ศัพท์ใหม่เอี่ยมของผมเลยนะเนี่ย) ฟื้นฟูชุมชน อะไรทำนองนี้ ขอเชิญไปอ่านบล็อกของคนที่คุณก็รู้ว่าใครโหมดวิชาการเลยนะคับ

   

ลุงป้าชาวมินามาตะ กับทีมจัดงาน มีแต่ผู้สูงวัยทั้งนั้นเลยคับ !

2008/Feb/25

มาถึงก็ต้องแก้ตัวกันซักหน่อยที่หายหน้าไปนา ... น จนอาจจะถูกลืมไปซะแล้ว โธ่ ผมไม่ได้เอาแต่นอนผึ่งพุงหรอกนะคับ ก็ยังตามคนที่คุณก็รู้ว่าใครตะลอนไปโน่นไปนี่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าพอกลับมาบ้านทีไร พี่แกก็มีเรื่องหงุดหงิดใจให้โรคเอ็นข้อมืออักเสบกำเริบทุกที น้องชายที่ดีอย่างผมก็ต้องปรนนิบัติสิคับ(เดี๋ยวแกไม่ให้อยู่ด้วย) ต้องลุกขึ้นต้มน้ำร้อน ผสมให้เป็นน้ำอุ่น คอยเติมน้ำลงในแจกันใบเบ้อเริ่มที่แกใช้แช่ข้อมือตั้งทีละยี่สิบนาที (เห็นหมอบอกว่าทำอย่างนี้จะหายเร็ว ... แต่ก็ไม่เห็นจะหายซักที เฮ้อ!) วันละสองสามหน เวลาอารมณ์ดีพี่แกก็รักตัวกลัวเอ็นเปื่อย ยอมมารักษากับผม แต่บางทีแกก็ทำเฉย ไม่พูดไม่จา ทำหน้าบึ้งตึง (กรุณาร้องเพลงของอัสนี-วสันต์ประกอบ) เจอลมพายุหมุนแบบนี้ผมชักไม่ค่อยแน่ใจล่ะสิ ว่าจะอยู่เมืองไทยต่อไปหรือจะติดกระเป๋าใครกลับบ้านอุมะจิดี นับว่าผมยังมีบุญ(หรือมีกรรมหว่า?) เมื่อสองสามวันก่อน พี่แกลุกขึ้นเปิดหนังเรื่องนึงดู (Always : Sunset on Third Street ย่ะ) ผมแอบเห็นตอนแกดูรอบแรกเมื่อหลายเดือนก่อน โห! ใครจะเชื่อว่าหญิงใจเหล็กอย่างแกจะน้ำตาไหลพราก สูดน้ำมูกพรืดๆได้ถึงปานนั้น ขนาดรอบสองคราวนี้แกยังน้ำตาคลอ พอหนังจบก็ลุกขึ้นมาขยี้หัวตัวเองอยู่หลายนาที แล้วก็กลับมาคุยดีกะผมเหมือนเดิม เอากะแกสิ (พลั่ก!) โอ๊ย!!   

อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ควรไปทำอย่างอื่นเสียดีกว่า  ผมเพิ่งเรียนสุภาษิตนี้มาหยกๆคับ อ้อ รูปพี่ๆคนไทยที่บ้านอุมะจิน่ะเหรอคับ พี่ๆเขาเป็นผู้นำกลุ่มอาชีพ เจ้าหน้าที่สหกรณ์แล้วก็เจ้าหน้าที่ส่งเสริม ที่ได้รับคัดเลือกไปดูงานที่ญี่ปุ่นตั้งเดือนนึง เป็นโครงการขององค์กรชื่ออะไรก้าก้าน่ะคับ น่าสงสารเหลือเกินที่ดันไปกันตอนหนาวสุดๆ แถมหนาวนี้น่ะสุดยอดกว่าทุกปีเลยนะคับ แต่รับรองได้ว่าบ้านอุมะจิของผมน่ะ ต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นแน่ๆ แค่รอยยิ้มของลุงโตทานิก็เหลือเฟือแล้วล่ะคับ : )

edit @ 25 Feb 2008 16:00:48 by เจ้าเอื๊อก

2008/Feb/22

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคับ ก่อนจะเล่าอะไรๆต่อให้ฟัง เอานี่ไปก่อนเลย !

อ๊ะ ! ใครหว่า หน้าตาเหมือนคนไทย แต่ดันไปนั่งอยู่ที่บ้านอุมะจิ ?

ใช่เลยครับ พี่ๆที่เก๊กท่าอยู่กับลุงโตทานิน่ะ คนไทยแท้ๆ เขาไปกันตั้ง 23 คน

รุมขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ลุงของผม จนแกยิ้มไม่ยอมหุบเลยละ !

ทำไมพี่ๆเขาถึงดั้นด้นไปถึงหมู่บ้านของผมได้น่ะหรือ ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังคับ

(ของดีต้องรอหน่อยนา ...)

edit @ 22 Feb 2008 22:57:24 by เจ้าเอื๊อก

edit @ 22 Feb 2008 22:58:20 by เจ้าเอื๊อก

2007/Oct/03

อื้อ... ขอบิดขี้เกียจก่อนคับ กลับมาจากทัวร์นกขมิ้นของพี่มุได้พักนึงแล้ว แต่ผมก็ยังนอนผึ่งพุงไม่เลิกซักที ก็เล่นเดินทางกันยังกับว่าชีวิตมีเวลาเหลือแค่สองเดือน ต้องไปไปไปไปไป ให้มันคุ้ม แต่ก็คุ้มจริงๆนะคับ ไว้หายขี้เกียจจะมาเล่าให้ฟัง

ไม่ได้เอารูปบ้านอุมะจิของผมมาให้ดูนานแล้ว เลยไปจิ๊กรูปมาจากบลอกสหกรณ์อุมะจิเหมือนเคยคับ (ขอลุงโตทานิไว้แล้วหรอกน่า)

ตอนนี้ก็ถึงฤดูเกี่ยวข้าวกันแล้วล่ะคับ เป็นไงคับ ข้าวที่ดำไว้เป็นกอสวยไหม? ที่บ้านอุมะจิมีแปลงข้าวแปลงเล็กๆอยู่เยอะแยะคับ แปลงเล็กนี่ใช้รถไม่ได้ซักอย่าง ต้องใช้แรงคนหมดเลยคับ ทั้งดำทั้งเกี่ยว ในญี่ปุ่นประเทศผมเดี๋ยวนี้ถ้าเป็นนาแปลงใหญ่ๆล่ะก็ คนทำนาแค่นั่งบนรถขับไปเรื่อยๆก็ได้ข้าวกินแล้วคับ มีทุกชนิดแหละคับ ตั้งแต่รถไถ รถดำ รถเกี่ยว ก็คนทำนาน่ะมีแต่คนแก่ทั้งนั้น เห็นใจกันมั่งสิคับ

ใครเคยอ่าน ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็กๆ แล้วล่ะก็ คงตาลุกวาวเมื่อเห็นรูปนี้ ใช่แล้วคับ คนนี้แหละ พ่อผู้ให้กำเนิดผมเอง แกชื่อ ทะโนะอุเอะ คับ เวลาจะมาทำใบโฆษณาใหม่ๆให้บ้านอุมะจิ แกจะมาหมกตัวอยู่ในหมู่บ้าน นั่งวาดรูปเหมือนเด็กเล่นไหมล่ะคับ แต่อย่าดูถูกกันเชียวนา... ก็ไอ้รูปเด็กเล่นเนี่ยแหละคับ ที่ทำให้ผมน่ะกลายเป็นคนดังมาจนถึงทุกวันนี้ อิอิอิ ... (ชักติดหัวเราะแบบคนไทยซะแล้ว) และที่ดังกว่าผมซะอีก ก็บ้านอุมะจิของผมไงล่ะ เมื่อกลางเดือนกันยา แกก็มาทำใบโฆษณาของฤดูใบไม้ร่วง อย่างที่เห็นนี่แหละคับ

edit @ 22 Feb 2008 22:31:17 by เจ้าเอื๊อก

edit @ 22 Feb 2008 22:32:42 by เจ้าเอื๊อก